วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

นายกฯสั่งยุติขยาย ถนนขึ้นเขาใหญ่...

                     
นายกฯสั่ง "โสภณ" ยุติขยายถนนเข้าเขาใหญ่ระยะทาง 8 ก.ม. เหตุหลายองค์กรเริ่มออกมาต่อต้านเกรงสร้างความขัดเเย้งบานปลาย...

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายยกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าได้สั่งการให้ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยุติการขยายถนนทางขึ้นเขาใหญ่ ถนนธนะรัชต์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นระยะทาง 8 กม. เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความขัดเเย้งในพื้นที่ หลังจากนั้นจึงให้มีการพิจารณาร่วมกับทุกฝ่ายในการหาทางออก

ทั้งนี้ นายพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ นักร้องเพลงเพื่อชีวิต ประธานมูลนิธิเขาใหญ่ ร่วมกับพันธมิตร 5 องค์กร และกลุ่มกรีนพีซสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติโครงการขยายถนนธนะรัชต์ ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และนำงบประมาณเกือบ 70 ล้านบาทที่ได้ไปช่วยชาวบ้านแทน เพราะเห็นว่าเหตุผลการขยายถนนจากการจราจรติดขัดฟังไม่ขึ้น เพราะการจราจรถนนสายนี้จะติดเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ต หรือมีเทศกาล ซึ่งแต่ละปีมีไม่กี่วันเท่านั้น

ซึ่งตัวแทนกลุ่มกรีนพีซ ระบุว่า การทำประชาพิจารณ์ขยายถนนสายนี้มีพิรุธ เพราะใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าจะมีการขยายถนน โดยในวันนี้ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ทางกลุ่มจะนิมนต์พระ และให้ประชาชนมาร่วมกันปลูกต้นไม้ บริเวณถนนแห่งนี้ด้วย

ขณะที่ บรรยากาศที่ถนนธนะรัชต์ หลักกิโลเมตรที่ 9 มีการจัดตั้งเวทีแสดงดนตรีของกลุ่มอนุรักษ์ และกลุ่มเพื่อชีวิต เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการขยายถนน
... 

----------------------------------------------------------
ที่มา : www.voicetv.co.th
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์

คบยากแต่เสร็จ 'เนวิน' ...!!!

ต้องทำใจรับสภาพกันไป

ถึงนาทีนี้คงไม่มีอะไรจะเป็นรางวัลปลอบใจค่ายเพื่อแผ่นดินในปีกของกลุ่มวังพญานาค กลุ่มโคราช และกลุ่มสุรินทร์ ถือว่าเล่นบทของตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว

เอาเป็นว่า ถ้ายึดกันตามความชอบธรรม

ก็เป็นคนนอกพรรคที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอย่าง นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ช่วยการันตี พรรคเพื่อแผ่นดินไม่ได้ผิดมารยาท ถ้าเอาออกจากพรรคร่วมรัฐบาลก็ประหลาด คนที่ถูกไม่ไว้วางใจกลับได้อยู่ต่อแล้วจะตอบสังคมได้อย่างไร ต้องถามหาบรรทัดฐานจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

เพราะมันมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับไปยุครัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยงดออกเสียงให้ ร.ต.อ.สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ รัฐมนตรีในโควตาของพรรคกิจสังคม จนต้องหลุดจากตำแหน่ง ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังได้อยู่ร่วมรัฐบาลต่อไป

แต่พูดไปก็เท่านั้น บังเอิญการเมืองไทยวัดกันด้วยเสียง ไม่ได้ตัดสินจากความชอบธรรม

เอาเป็นว่า อย่างน้อยก็ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในการลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 ส.ส.เพื่อแผ่นดินในสายของว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี , นายพินิจ จารุสมบัติ , นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ได้ใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ในการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร รักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน เป็นใบรับประกันมาตรฐาน เพื่อโอกาสดีๆทางการเมืองในอนาคตอันใกล้

ตามสถานการณ์ที่เซียนการเมืองทุกสำนักฟันธงตรงกัน โดยสภาพ "รัฐบาลปะผุบุโรทั่ง" น่าจะลากถูลู่ถูกังต่อไปได้อีกไม่นาน

เดี๋ยวก็จอดป้าย

และโดยปัจจัยนี้แหละ น่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้ "ลุยถั่ว" ภายใต้เงื่อนไข "คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว" สำหรับคนชื่อ "อภิสิทธิ์" ที่สำรวจเส้นทางในการหวนกลับมาเบิ้ลเก้าอี้นายกรัฐมนตรี มองทางไหนก็ประตูล็อกตาย

มันก็ไม่มีอะไรดีกว่า ต่อลมหายใจ ยื้อเวลาอยู่บนอำนาจให้นานสุดเท่าที่จะนานได้ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องมาตรฐานทางการเมือง

เรื่องของเรื่องจับอารมณ์จาก "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล ที่ยอมรับแบบหน้าชื่นตาบาน ลักษณะของการจัดรัฐบาลร่วมมันมีการพิจารณาเป็นส่วนๆ มาตั้งแต่ต้นแล้ว  ตอนที่เริ่มจัดตั้งรัฐบาลก็ได้คำนึงถึงว่า แต่ละพรรคมีกลุ่มต่างๆ กี่กลุ่ม ดังนั้นรัฐบาลวันนี้ ถ้าเป็นชื่อก็อาจจะใช่ว่ายังมีพรรคเพื่อแผ่นดินอยู่ แต่ถ้าเป็นกลุ่มก็อาจจะไม่ใช่

เปิดทาง "มั่ว" ลูกพรรคคนอื่นแบบนิ่มๆ

พรรคเพื่อแผ่นดินถูกกระทำย่ำยีไม่เหลือชิ้นดี สังเวยเกมของเซียนเขี้ยวลากดินยี่ห้อประชาธิปัตย์ ที่ได้ทีฉวยโอกาสยึดโควตารัฐมนตรีของกลุ่มวังพญานาค กับกลุ่มโคราช กลับมาเป็นกองกลาง

จัดสรรปันส่วนซื้อใจพวกอกหัก ก่อนถึงไฟต์บังคับลงสนามเลือกตั้ง

ถึงตรงนี้มันชักน่าเอะใจ ข้ออ้างเรื่องมารยาททางการเมือง หรือโบ้ยเป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลขัดกัน มันก็แค่จังหวะลูกไหลเข้าทางบาทา

จริงๆแล้วประชาธิปัตย์จ้องฮุบโควตารัฐมนตรีคืนอยู่แล้ว

"อภิสิทธิ์" เหี้ยมลึก "เทพเทือก" โหดสมราคา

บทพิสูจน์ยี่ห้อ "ประชาธิปัตย์" คบยาก เห็นจะจะกันแล้ว กับวิบากกรรมของพรรคเพื่อแผ่นดิน และน่าจะเป็นสัญญาณให้

นักเลือกตั้งอาชีพที่คบหากันด้วยใจ ทั้งยี่ห้อ "บรรหาร ศิลปอาชา-สุวัจน์ ลิปตพัลลภ-สุวิทย์ คุณกิตติ-สมศักดิ์ เทพสุทิน" ต้องคุมเชิง รักษาระยะห่างให้ดี

อนาคตถ้าจะจับมือร่วมงานการเมืองกัน ต้องนั่งคิดหลายตลบ

สรุปแล้วมีคนเดียวที่เหนือกว่าทั้ง "อภิสิทธิ์" บวกกับ "เทพเทือก" ก็คือยี่ห้อ "เนวิน ชิดชอบ" ที่ยังกระตุกขวัญคนประชาธิปัตย์ได้ แค่คำราม ทุกอย่างก็เป็นไปตามบัญชา

"เทพเทือก" บวกกับ "อภิสิทธิ์" ยังหือไม่ได้

นี่แหละ "ผู้ถือดุลรัฐบาล" ตัวจริง...


...ทีมข่าวการเมือง รายงาน

----------------------------------------------------------
ที่มา :http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/87431
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์

การ์ตูน "เซีย" ประจำวันเสาร์ที่ 5 มิ.ย. 2553

----------------------------------------------------------
ที่มา : น.ส.พ.ไทยรัฐ ประจำวันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน 2553
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์

วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เปิดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 7

เมื่อเวลา 18.30 น. วันนี้ (4 มิ.ย.) ที่บริเวณเวทีกลาง สวนสาธารณสะพานหิน นายชาติชาย สุทธิกมล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานเปิด "งานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 7" พร้อมมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ชนะเลิศผลการประกวดผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ และมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่นักแสดง และมอบของที่ระลึกให้กับผู้สนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ โดยมี นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายศุภศักดิ์ เยาว์วิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 8 นางไทศิกา ไพรสงบ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต นายไพศาล สุวรรณรักษา ผบ.เรือนจำจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ตลอดจนหน่วยงาน องค์กรอื่นๆ ในจังหวัดภูเก็ตที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน และผู้บัญชาการเรือนจำ หัวหน้าทัณฑสถาน จาก 14 จังหวัดภาคใต้ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธีเปิดจำนวนมาก

นายชาติชาย สุทธิกมล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวภายหลังพิธีเปิดว่า พันธกิจประการหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม คือ การแก้ไขปัญหาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง โดยมุ่งพัฒนาให้กราราชทัณฑ์เป็นองค์กรพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขัง ให้กลับตนเป็นพลเมืองดี มีสุขภาพกาย และจิตที่ดี ไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำ พร้อมทั้งได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือในการประกอบอาชีพที่สุดจริต และสามารถดำเนินชีวิตในสังคมภายนอกได้อย่างเป็นปกติ โดยสังคมให้การยอมรับ ตามปณิธานของกรมราชทัณฑ์ที่จะ "คืนคนดี มีฝีมือ สู่สังคม"

นอกจากนี้ นโยบายที่สำคัญของกรมราชทัณฑ์ คือการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาพัฒนาเรือนจำและทัณฑสถาน ให้เป็นองค์กรแห่งความพอเพียง โดยนำกรอบแนวคิดตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ต้องขัง มีการสนับสนุนให้ข้าราชการและผู้ต้องขัง รู้จักประมาณตน มีการประหยัด และอดออม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริต 

ทางด้าน นายไพศาล สุวรรณรักษา ผบ.เรือนจำจังหวัดภูเก็ต กล่าวเสริมว่า กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ได้อนุมัติให้เรือนจำจังหวัดภูเก็ต เป็นเจ้าภาพในการจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 7 ขึ้น ณ บริเวณสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 4-13 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. โดยในการจัดงานครั้งนี้มีเรือนจำและทัณฑสถานในเขต 8 และเขต 9 รวม 23 แห่ง ได้ร่วมกันนำผลิตภัณฑ์อันเกิดจากการอบรม และฝึกวิชาชีพ ที่ผลิตโดยฝีมือของบรรดาผู้ต้องขัง ซึ่งมีความคงทนถาวร ประณีตสวยงาม คุณภาพดี หลายหลากรูปแบบมาจำหน่ายในราคาประหยัด 

สำหรับการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ภารกิจและนำผลิตภัณฑ์ด้านการฝึกวิชาชีพสาขาต่างๆ ของเรือนจำและทัณฑสถานให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคมภายนอก เพื่อต้องการให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยฝีมือผู้ต้องขัง ที่มีความสวยงาม คงทนราคาประหยัด อันสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 7 นี้ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4-13 มิถุนายน 2553 เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ไปจนถึงเวลา 22.00 น. ภายในงานจะมีการจัดนิทรรศการและการจำหน่ายผลงานของผู้ต้องขังจากเรือนจำและทัณฑสถานในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่มีความสวยงาม ปราณีต ที่สำคัยนอกเหนือจากผู้เข้าร่วมงานจะได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าดี ในราคาถูกแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ต้องขัง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะเป็นส่วนแบ่งให้แก่ผู้ต้องขังด้วย ...

----------------------------------------------------------
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์

การ์ตูน "เซีย" ประจำวันศุกร์ที่ 4 มิ.ย. 2553

----------------------------------------------------------
ที่มา : น.ส.พ.ไทยรัฐ ประจำวันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน 2553

Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์

"ถาวร" สั่งที่ดินภูเก็ตตรวจสอบที่ดินขอออกเอกสารล่อแหลมกว่าพันแปลง...

มท.3 จี้ที่ดินภูเก็ตเร่งออกเอกสารสิทธิ์ หลังพบมีชาวบ้านยื่นขอเอกสารกว่า 1,000 แปลง พร้อมระบุ หากแปลงใดล่อแหลมคาบเกี่ยวที่ดินรัฐ ให้หน่วยงานเร่งบูรณาการเพื่อตรวจสอบด่วน...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (4 มิ.ย.) นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ได้กล่าวภายหลังเป็นเดินทางมาเป็นประธานการประชุมติดตามการปฎิบัติราชการเกี่ยวกับงานที่ดิน ตามนโยบายรัฐบาลที่ จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 4-5 มิ.ย.ว่า การเดินทางมาตรวจราชการที่ จ.ภูเก็ตครั้งนี้เป็นไปตามปกติ ทั้งในเรื่องการบริการประชาชนของสำนักงานที่ดินจ.ภูเก็ต ซึ่งได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและตามนโยบาย 3 สุขของตนหรือไม่อย่างไร รวมถึงการประนอมข้อพิพาท เพื่อขจัดความขัดแย้งในเรื่องของที่ดิน

"ที่สำคัญคือ การเร่งรัดออกโฉนด แม้ว่าจ.ภูเก็ตจะไม่มีคณะเดินออกสำรวจโฉนด แต่มีการยื่นคำขอออกโฉนดบนพื้นที่ที่ล่อแหลมต่อการถูกตรวจสอบ และการให้บริการประชาชนน้อยที่สุด มีจำนวนคำขอประมาณ 1,000 กว่าคำขอ ที่จะต้องเร่งรัดให้ดำเนินการตามพื้นฐานของความถูกต้องและโปร่งใส โดยเฉพาะหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น เนื่องจากจะต้องมีส่วนร่วมในการรับรองแนวเขต เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังจะได้แจ้งกับ ผวจ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างที่จะบังคับใช้ในเร็วๆ นี้อีกด้วย" นายถาวร กล่าว

นอกจากนี้ ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต เตรียมความพร้อมในการออกโฉนดชุมชนให้แก่ประชาชนที่เข้าไปอยู่อาศัย และทำกินในที่ดินของรัฐ เนื่องจากขณะนี้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดให้มีธนาคารที่ดิน โดยรัฐบาลจัดตั้งองค์การมหาชนขึ้นมา ทำหน้าที่ในการรวบรวมที่ดินของรัฐ หรือรัฐซื้อที่ดินของเอกชนที่ตกเป็นหนี้เอ็นพีแอล หรือเหมืองร้างที่หมดสภาพ แต่สามารถนำมาจัดเป็นที่ทำกินให้กับประชาชนได้ โดยเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ได้ยื่นข้อเสนอ เพื่อเข้าสู่ขบวนการกระจายการถือครองที่ดิน

"ทั้งนี้ ได้ให้จังหวัดเตรียมความพร้อมรองรับการประกาศใช้พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เนื่องจากผวจ.จะต้องเป็นประธานคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด ในการประเมินภาษีร่วมกับท้องถิ่น โดยปัจจุบัน ทั่วประเทศสามารถจัดเก็บภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่ได้ปีละประมาณ 15,000 ล้านบาท หากพ.ร.บ.ดังกล่าวประกาศใช้ โดยกรมที่ดินได้ดำเนินการนำเอาโฉนดที่ดิน 30 กว่าล้านแปลง และเอกสารอาคารชุดอีกประมาณ 5 แสนฉบับ ไว้ในศูนย์ข้อมูลที่ดินแห่งชาติ จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีที่ดินให้กับท้องถิ่นได้อีกเป็นจำนวนมาก คาดกว่าจะสามารถจัดเก็บได้ถึง 100,000 ล้านบาท ซึ่งรายได้ดังกล่าวจะมีการแบ่งให้กับท้องถิ่นส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งนำเข้ารัฐบาลกลางกับหักเป็นค่าบริการ" มท.3 กล่าว

นายถาวร กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ในส่วนของการออกโฉนดที่ดิน ซึ่งกรมที่ดินมองว่าการออกโฉนดที่ดินในจ.ภูเก็ตถือเป็นงานยาก เนื่องจากมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขา และบางส่วนอยู่ในเขตที่ดินของรัฐ จากการที่เจ้าพนักงานที่ดินจ.ภูเก็ตรายงาน พบว่าเป็นงานที่มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานของรัฐกันเอง เป็นพื้นที่ทับซ้อน มีคดีความโต้แย้งกรรมสิทธิ์ แนวเขตไม่ชัดเจน จึงต้องใช้ความระมัดระวังค่อนข้างมากในการออกโฉนดแต่ละแปลง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งที่ดินที่มีปัญหามีอยู่ประมาณ 1,400 กว่าแปลง เช่น บริเวณทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์เขาขาด ต.วิชิต อ.เมือง จำนวน 100 แปลง บริเวณเขานาคเกิด อ.กะทู้ เป็นต้น ได้มีการเร่งรัด โดยให้ประสานกับหน่วยงานข้างเคียงในการร่วมกันเซ็นรับรอง หรือการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศ ด้วย...

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อบรมการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM)

ปารียา จุลพงษ์  ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต  และ นนทลี มรรคาวาณิช ประธานมูลนิธิมรรคาวาณิช  ร่วมบรรยายในหัวข้อ "การใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) กับสิ่งแวดล้อม"  ให้แก่เจ้าหน้าที่ของ Atmanjai Wellness Center  เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากจุลิทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) ทดแทนการใช้สารเคมีที่ทำลายสิ่งแวดล้อม  และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อีกด้วย

ทั้งนี้หากหน่วยงานใดต้องการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนด้วยวิธีที่ประหยัดและสามารถลดการสารใช้เคมีที่เป็นอันตราย  สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายกิจสาธารณะ โทร 1719 ต่อ 1284 / 2297  ทางโรงพยาบาลฯ และมูลนิธิฯ ยินดีจัดทีมวิทยากรบรรยายให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ  โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ...

----------------------------------------------------------
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์