การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยกองเผยแพร่ความรู้ด้านการท่องเที่ยว ฝ่ายส่งเสริมสินค้า การท่องเที่ยว ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จัดสัมมนา "7 Greens ท่องเที่ยวสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" เนื่องจากในปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่เกิดจากผลกระทบจากภาวะโลกร้อน อาทิ ทำให้ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสั้นลง เกิดความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ เกิดภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและ ยาวนานขึ้น
สิ่งเหล่านี้สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่ง ททท.และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในปัญหาดังกล่าว จึงมีแนวความคิดเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมสัมมนา "7 Greens ท่องเที่ยวสดใส...ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" โดยกำหนดจัดขึ้นในพื้นที่ เมืองหลักทางการท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ พัทยา นครราชสีมา ภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดการขยายองค์ความรู้ การสร้างความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและมีส่วนร่วมลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจังในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมทั้งเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อนอันเกิดจากกิจกรรมทาง การท่องเที่ยว เพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยวเที่ยวอย่างยั่งยืน
ดังนั้น ททท. และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จึงได้กำหนดจัดสัมมนา ฯ ขึ้นในวันอังคารที่ 24 สิงหาคม 2553 ณ ห้องจามจุรี 1 โรงแรมภูเก็ต เมอร์ลิน จังหวัดภูเก็ต โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวชั้นนำของภาคใต้ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการนำแนวคิด 7 Greens ไปถ่ายทอดและปฏิบัติต่อไป เพื่อให้เกิดความตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน
นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านมุมมองของผู้ประกอบการท่องเที่ยวแขนงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากผู้แทนกลุ่มบริษัท นำเที่ยว กลุ่มโรงแรมและสปา ผู้แทนจากองค์กรสนับสนุนจากภาครัฐ และผู้แทนชุมชนท่องเที่ยว ถึงทิศทางหรือการดำเนินการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ทำได้ง่าย เช่น การเลือกใช้พลังงานทดแทนในสถานประกอบการหรือในการขนส่ง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการให้บริการต่อนักท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการส่งเสริมกลยุทธ์ทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการที่จะนำองค์ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนการลงมือปฏิบัติในหน่วยงานของตนเอง เพื่อดึงดูดตลาดนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมต่อไป
เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม – 23 สิงหาคม 2553 โดยสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://thai.tourismthailand.org สำหรับการสัมมนา "7 Greens ท่องเที่ยวสดใส...ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" ยังมีกำหนดจัดอีก 1 ครั้ง ณ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 31 สิงหาคม 2553 โรงแรมอมารีวอเตอร์เกท ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าโดยส่งแบบตอบรับ มายังที่หมายเลขโทรสาร 0 2504 4826-8 หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โทรศัพท์ 0 2503 3333 ต่อ 516-517 ทั้งนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนใดๆ ทั้งสิ้น ...
----------------------------------------------------------
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553
บวงสรวงอนุสรณ์สถานขุนเลิศโภคารักษ์
สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตประกอบพิธีทำบุญเสริมสิริมงคล บวงสรวงอนุสรณ์สถานขุนเลิศโภคารักษ์ ประจำปี 2553
เมื่อเช้าวันนี้ (18 ส.ค.) ที่บริเวณลานหน้าสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายวิบูลชัย ณ ระนอง พร้อมด้วย นางออตตาวา ณ ระนอง, นางวิภาพรรณ คูสุวรรณ, นายสมศักดิ์ คูสุวรรณ และทายาทขุนเลิศโภคารักษ์ ร่วมประกอบพิธีทำบุญเสริมสิริมงคล บวงสรวงอนุสรณ์สถานขุนเลิศโภคารักษ์ ประจำปี 2553โดยมี นางสาวประภา กาหยี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, นายสมชาย สกุลทัพ รองอธิการบดีและ นายสาวิตร พงศ์วัชร ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรมตลอดจน นางจรูญรัตน์ ตัณฑวณิช และคณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษามาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้สำนักศิลปะและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตประกอบพิธีทำบุญเสริมสิริมงคล บวงสรวงอนุสรณ์สถานขุนเลิศโภคารักษ์ เป็นประจำทุกปีประมาณกลางเดือนสิงหาคมโดยคณะทายาทของขุนเลิศโภคารักษ์ ร่วมประกอบพิธีไหว้บรรพบุรุษและวางพวงมาลัยดอกไม้สด พร้อมกับจุดธูปเทียนบูชาเผากระดาษเงิน กระดาษทอง อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับตามประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดภูเก็ต หลังจากนั้นเริ่มประกอบพิธีทางศาสนา บูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 5 รูปสวดเจริญพระพุทธมนต์ และถวายปัจจัยไทยธรรมเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีนักศึกษาโปรแกรมวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ร่วมบรรเลงดนตรีไทยตลอดงาน
สำหรับขุนเลิศโภคารักษ์ มีนามเดิมว่า นายหลิ่ม ตันบุญ เกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2439 ที่ที่เมืองตั้งงั๊ว มณฑลฮกเกี้ยน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้ามาเมืองไทยในขณะที่มีอายุได้เพียง 19 ปีเท่านั้น และมีภรรยาคือนางเลิศ โภคารักษ์ มีธิดา 1 คน คือ นางกาญจนา ณ ระนอง และนายเจริญ แซ่ตัน บุตรบุญธรรม จากประวัติความเป็นมา ทำงานรับจ้างแจวเรือลำเลียงกรรมการเรือขุด บริษัททุ่งคาฮาร์เบอร์ภูเก็ต มีฐานะยากจน และทางการเคยมอบหมายหน้าที่ให้เป็นนายท้ายเรือลำเลียงพ่วงตามเรือพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตกและพระองค์ประทับแรม ที่จังหวัดภูเก็ตหลายวัน และในครั้งนั้นนายหลิ่ม ตันบุญ ได้รับพระราชทานแหนบ ปปร.
ในเวลาต่อมา นายหลิ่ม ตันบุญ เลือกประกอบอาชีพที่หลากหลาย ทั้งเป็นคนงานเหมืองแร่ดีบุก รับจ้างทำสวนผัก และสองสามีภรรยาเคยถึงขนาดเร่ร่อนอยู่ตามลำธาร รับจ้างแจวเรือลำเลียงและยกฐานะเป็นผู้เฝ้าเครื่องยนต์ ตลอดจนประกอบการเดินเรือโดยสารและขนส่งสินค้าในพื้นที่ระหว่างจังหวัดภูเก็ต พังงากระบี่และอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง หลังจากนั้นเริ่มทำเหมืองแล่นที่บนเขาอานม้า บ้านทุ่งทอง ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ ตลอดจน พรุผักลำ และที่ “ในดี” ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง แต่ไม่ได้ผล จนหันกลับไปประกอบการค้าและเดินเรือดังเดิม ประกอบกับเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือมหาสงครามเอเชียบูรพา การเดินเรืออยู่ในสภาพไม่ปลอดภัยจึงต้องทำงานอย่างหนักในช่วงนั้น
เมื่อประสบปัญหาการค้าตกต่ำหลังสงคราม จึงหันไปประกอบการเหมืองแร่ดีบุกอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้บทเรียน ที่ผ่านมา ให้ระมัดระวังและกล้าตัดสินใจยิ่งขึ้น และมีการขอทำเหมืองสูบที่บ้านสะปำ ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต ที่เป็นประทานบัตรของบริษัทเซาเทิร์น คินตา จำกัด ประมาณ 200 ไร่และได้รับสินแร่ดีบุกจำนวนมากต่อเนื่องจนถึงปี 2501 ต่อมาขยายการทำเหมืองสูบไปที่บ้านสามกอง ตำบลรัษฎา และที่อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
อย่างไรก็ดี เมื่อประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วขุนเลิศโภคารักษ์ สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆมากมายทั้งการสร้างห้องพยาบาล โรงพยาบาล โรงเรียน ห้องสมุดจนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญบำเหน็จในพระองค์คือเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้น 4 ในปี 2502 ตริตาภรณ์มงกุฏไทยเมื่อปี2510และเหรียญกาชาดสมนาคุณ เนื่องในโอกาสที่บริจาคเงินสร้างศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ 200,000 บาท รวมทั้งเป็นคหบดี ผู้บริจาคที่ดินจำนวน 273 ไร่ให้แก่วิทยาลัยครูภูเก็ตหรือมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตในปัจจุบัน และขุนเลิศโภคารักษ์ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ที่บ้านเลขที่ 56 ถนนถลาง ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต รวมสิริอายุได้ 76 ปีและเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2533 มีการวางศิลาฤกษ์ เพื่อก่อสร้างอนุสรณ์สถานขุนเลิศโภคารักษ์ เพื่อรำลึกถึงบุคคลสำคัญที่มีคุณูปการสำหรับสังคมภูเก็ต อยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตจนถึงปัจจุบัน ...
----------------------------------------------------------
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ตร.ฉลองรวบหลานรองนายกกะรนค้ายานรก ...
เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (17 ส.ค.) พ.ต.อ.วิชิต อินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต แถลงข่าวจับกุม นายวันเฉลิม หรือเจมส์ รักราษฎร์ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 297 ม.10 ต.พลับพลาไช อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี นายชัยวัฒน์ หรือจิน สังข์แก้ว อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/1 ซอยปฎัก 11 ถนนปฎัก ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ มีลักษณะเกล็ดขาวใส พบบรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบดึงปิดกดเปิด 3 ถุง ถุงละ 0.5 กรัม เงินสด 10,000 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ TWZ รุ่น D- สีดำ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อโนเกีย รุ่น 1110 สีขาว 1 เครื่องรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮ้อนด้า รุ่นคลิ๊ก สีดำ หมายเลขทะเบียน ขคม-625 ภูเก็ต โดยจับกุมได้ที่บริเวณห้องเช่าไม่มีเลขที่ ซอยอนุสรณ์ ม.10 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงนำตัวพร้อมของกลาง ส่ง พ.ต.ต.อนุกูล หนูเกตุ สารวัตรเวร ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาไอซ์ ) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
พ.ต.อ.วิชิต อินทรศร ผกก.กล่าวว่า ในการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบจากสายลับว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีพฤติกรรมทำตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดโดยเฉพาะยาไอซ์ ให้แก่วัยรุ่นในย่านตำบลฉลอง -ราไวย์- กะรน มานานแล้ว จึงให้สายลับเข้าทำการล่อซื้อยาไอซ์จำนวน 3 ถุง โดยนัดส่งยากันที่บริเวณหน้าบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยอนุสรณ์ ม.10 ต.ฉลอง ซึ่งเป็นบ้านเช่าของนายวันเฉลิม รักราษฎร์อายุ 17 ปี โดยในขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ซุ่มดูพฤติการณ์อยู่บริเวณใกล้เคียง
เมื่อสายลับเข้าซื้อยาไอซ์จำนวนดังกล่าว ในระหว่างนั้นนายชัยวัฒน์ หรือเจมส์ สังข์แก้ว ขับรถจักรยานยนต์ คันดังกล่าว บ้านเช่าที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะส่งมอบยาไอซ์ให้แก่นายวันเฉลิม และนายวันเฉลิมได้ ส่งมอบยาให้แก่สายลับ ในระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจซุ่มดูอยู่ในบริเวณใกล้เคียงและเห็นเหตุการณ์ณืได้เด่นชัด และมั่นใจว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่งมอบยาให้แก่สายลับ จึงได้เข้าแสดงตัวจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่าได้ค้ายาไอซ์มานานแล้ว โดยจะจำหน่ายให้แก่วัยรุ่นและนักท่องเที่ยวย่านตำบลกะรน และยาไอซ์ดังกล่าวได้ซื้อมาจากเพื่อนคนหนึ่งโดยขณะนี้ตกงานจึงหันมาค้ายาเสพติดดังกล่าว ...
----------------------------------------------------------
ภาพข่าวโดย : บังเสริฐ
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
ประชุมบูรณาการแผนยุทธศาสตร์คุณภาพชีวิตเด็ก
เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (17 ส.ค.) นายตรี อัครเดชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก และครอบครัวแบบบูรณาการ ณ ห้องจามจุรี โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน โดยมี นายสมชาย ดวงแข ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ด้านการศึกษา และผู้สนใจเข้าร่วมประชุมเพื่อเป็นการสร้างกลไกและระบบการจัดการที่มีความสมบูรณ์ต่อการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กเยาวชนและครอบครัวแบบบูรณาการในจังหวัดภูเก็ต และเพื่อยกร่างโครงการแผนดังกล่าว
นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมการก่อตั้งคณะทำงานกลไกขับเคลื่อนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดทำฐานข้อมูลต่าง ๆ ให้ได้ข้อมูลที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ในครั้งนี้มีความพร้อมมากที่สุด ในการที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม
นายตรี อัครเดชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาเด็กและเยาวชน ปัจจุบันนั้นมีปัญหาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเด็กติดเกมส์ ยาเสพติด หรือทะเลาะวิวาท เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวทุกหน่วยงาน ต้องมีการวางแผนและบูรณาการการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาของเด็กและเยาวชนในจังหวัดภูเก็ตต่อไป
ด้าน นายสุพจน์ สงวนกิตติพันธ์ ประธานสถาบันประชาคมภูเก็ต กล่าวว่า จากการสรุปปัญหาของทุกองค์กรที่ทำเรื่องเด็ก เยาวชนและครอบครัวมีข้อจำกัดเช่น ด้านการมีส่วนร่วม หรือผู้ใหญ่ไม่เข้าใจปัญหาของเด็ก เยาวชน ตลอดจนสังคมไม่ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม หรือเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงโครงการที่จัดทำขึ้นมาได้ ทั้งนี้การประชุมในครั้งนี้เพื่อร่างทำแผนยุทธศาสตร์ ในการให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชนในจังหวัดภูเก็ต อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ...
----------------------------------------------------------
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมการก่อตั้งคณะทำงานกลไกขับเคลื่อนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดทำฐานข้อมูลต่าง ๆ ให้ได้ข้อมูลที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ในครั้งนี้มีความพร้อมมากที่สุด ในการที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม
นายตรี อัครเดชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาเด็กและเยาวชน ปัจจุบันนั้นมีปัญหาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเด็กติดเกมส์ ยาเสพติด หรือทะเลาะวิวาท เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวทุกหน่วยงาน ต้องมีการวางแผนและบูรณาการการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาของเด็กและเยาวชนในจังหวัดภูเก็ตต่อไป
ด้าน นายสุพจน์ สงวนกิตติพันธ์ ประธานสถาบันประชาคมภูเก็ต กล่าวว่า จากการสรุปปัญหาของทุกองค์กรที่ทำเรื่องเด็ก เยาวชนและครอบครัวมีข้อจำกัดเช่น ด้านการมีส่วนร่วม หรือผู้ใหญ่ไม่เข้าใจปัญหาของเด็ก เยาวชน ตลอดจนสังคมไม่ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม หรือเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงโครงการที่จัดทำขึ้นมาได้ ทั้งนี้การประชุมในครั้งนี้เพื่อร่างทำแผนยุทธศาสตร์ ในการให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชนในจังหวัดภูเก็ต อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ...
----------------------------------------------------------
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
การ์ตูน "เซีย" ประจำวันอังคารที่ 17 ส.ค. 2553
----------------------------------------------------------
ที่มา : น.ส.พ.ไทยรัฐ ประจำวันอังคารที่ 17 สิงหาคม 2553
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
ที่มา : น.ส.พ.ไทยรัฐ ประจำวันอังคารที่ 17 สิงหาคม 2553
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553
การ์ตูน "เซีย" ประจำวันเสาร์ที่ 14 ส.ค. 2553
----------------------------------------------------------
ที่มา : น.ส.พ.ไทยรัฐ ประจำวันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม 2553
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
ที่มา : น.ส.พ.ไทยรัฐ ประจำวันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม 2553
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553
จัดอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานแก่นักเรียน
วันนี้ (3 ส.ค.) ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ได้มีพิธีมอบใประกาศนียบัตรสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ร.ร.ภูเก็ตวิทยาลัย ที่ผ่านการฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยมี นายสราวุฒิ จันทร์ดี รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานอำนวยการ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย เป็นตัวแทนรับมอบ จาก พ.ต.อ.นพ.โสภณ กฤษณะรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และประธานคณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจ ในพระบรมราชูปถัมภ์
สำหรับโครงการฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นโครงการที่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายใน จ.ภูเก็ต ซึ่งได้เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ร.ร.ภูเก็ตวิทยาลัย ส่งนักเรียนเข้าฝึกอบรมกว่า 120 คน มีทีมผู้เชี่ยวชาญการช่วยชีวิตขั้นสูงและอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานจากองค์กรต่างๆ คอยดูแลและฝึกสอนอย่างใกล้ชิด ทั้งการปั๊มหัวใจ การผายปอด การช่วยเหลือผู้ที่มีสิ่งแปลกปลอมอุดกลั้นทางเดินหายใจ เพื่อให้เป็นตามมาตรฐานการช่วยชีวิตของสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยมุ่งหวังให้เยาวชนได้รับความรู้ สามารถนำไปใช้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ...
----------------------------------------------------------
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
----------------------------------------------------------
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)













