ที่มา : น.ส.พ.ไทยรัฐ ประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2552
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ฮุนเซนจวกยับ "มาร์ค-กษิต"
วันนี้ (1 ธ.ค.) สำนักข่าว dap-news.com เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ยอดนิยมของกัมพูชา รายงานว่า นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดเจดีย์ในจังหวัดกัมปงจามเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (30 พ.ย.) ว่า ตนมีคำสั่งล่าสุดให้ส่วนราชการทั้งระดับชาติและระดับจังหวัดทบทวนการทำข้อตกลง รวมถึงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ต่างๆ ที่ทำกับฝ่ายไทย ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงลงนามไปแล้วหรือยังไม่ได้ลงนาม
นายฮุนเซน กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา กัมพูชาทำข้อตกลงกับไทย 23 ฉบับ บางส่วนเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว บางส่วนอยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนข้อตกลงสุดท้ายที่ลงนามกันไป คือ ข้อตกลงให้เงินกู้ช่วยเหลือก่อสร้างถนน ลงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552 มูลค่า 1,400 ล้านบาท ถ้ากัมพูชายังคงขอรับเงินช่วยเหลือดังกล่าวต่อไปก็เหมือนกับเป็นหนี้บุญคุณฝ่ายไทย จึงตัดสินใจยกเลิก และจะสร้างถนนสายนี้ด้วยเงินกัมพูชาเอง
นายฮุนเซน เตือนข้าราชการผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่า อย่าลงนามในข้อตกลงใดๆ หรือขอเงินช่วยเหลือจากนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยเด็ดขาด ถ้าใครฝ่าฝืนคำสั่งจะถูกไล่ออก แต่การรับความช่วยเหลือจากไทยทำได้เฉพาะรับเงินบริจาคด้านการกุศล
ส่วนกรณีมีข่าวว่า นายกษิต กล่าวหากัมพูชาว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นสร้างเงื่อนไขทำให้ความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชาตึงเครียดเพราะไปแต่งตั้ง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เข้าดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเศรษฐกิจ นายฮุนเซนตอบโต้ว่า สัมพันธ์ไทย-กัมพูชารอบใหม่นี้เริ่มปะทุตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2551 ภายหลังจากทหารไทยข้ามพรมแดนเข้ามายังฝั่งกัมพูชาโดยผิดกฎหมาย
“กษิต คุณคือแกนนำกลุ่มพันธมิตร คุณคือคนๆ หนึ่งที่รุกล้ำเข้ามายังเขตพระวิหารโดยผิดกฎหมาย และเคยด่าผมเสียๆ หายๆ อย่างรุนแรงระหว่างการชุมนุม คุณมันคนต่ำช้า ถ้าไม่เชื่อก็ขอให้ลองไปเปิดฟังเทปปราศรัยของคุณแล้วจะรู้เอง” นายฮุนเซน กล่าว และว่า ในกลุ่มนายกรัฐมนตรี 10 คนที่ตนเคยทำงานด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์ทำงานด้วยยากที่สุด และยังเป็นคนที่ทำให้ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-กัมพูชาตึงเครียด …
ทั้งนี้ เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ สามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ http://www.dap-news.com/en/news/565-pm-orders-to-review-agreements-and-mou-with-thailand.html
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
นายฮุนเซน กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา กัมพูชาทำข้อตกลงกับไทย 23 ฉบับ บางส่วนเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว บางส่วนอยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนข้อตกลงสุดท้ายที่ลงนามกันไป คือ ข้อตกลงให้เงินกู้ช่วยเหลือก่อสร้างถนน ลงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552 มูลค่า 1,400 ล้านบาท ถ้ากัมพูชายังคงขอรับเงินช่วยเหลือดังกล่าวต่อไปก็เหมือนกับเป็นหนี้บุญคุณฝ่ายไทย จึงตัดสินใจยกเลิก และจะสร้างถนนสายนี้ด้วยเงินกัมพูชาเอง
นายฮุนเซน เตือนข้าราชการผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่า อย่าลงนามในข้อตกลงใดๆ หรือขอเงินช่วยเหลือจากนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยเด็ดขาด ถ้าใครฝ่าฝืนคำสั่งจะถูกไล่ออก แต่การรับความช่วยเหลือจากไทยทำได้เฉพาะรับเงินบริจาคด้านการกุศล
ส่วนกรณีมีข่าวว่า นายกษิต กล่าวหากัมพูชาว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นสร้างเงื่อนไขทำให้ความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชาตึงเครียดเพราะไปแต่งตั้ง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เข้าดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเศรษฐกิจ นายฮุนเซนตอบโต้ว่า สัมพันธ์ไทย-กัมพูชารอบใหม่นี้เริ่มปะทุตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2551 ภายหลังจากทหารไทยข้ามพรมแดนเข้ามายังฝั่งกัมพูชาโดยผิดกฎหมาย
“กษิต คุณคือแกนนำกลุ่มพันธมิตร คุณคือคนๆ หนึ่งที่รุกล้ำเข้ามายังเขตพระวิหารโดยผิดกฎหมาย และเคยด่าผมเสียๆ หายๆ อย่างรุนแรงระหว่างการชุมนุม คุณมันคนต่ำช้า ถ้าไม่เชื่อก็ขอให้ลองไปเปิดฟังเทปปราศรัยของคุณแล้วจะรู้เอง” นายฮุนเซน กล่าว และว่า ในกลุ่มนายกรัฐมนตรี 10 คนที่ตนเคยทำงานด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์ทำงานด้วยยากที่สุด และยังเป็นคนที่ทำให้ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-กัมพูชาตึงเครียด …
ทั้งนี้ เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ สามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ http://www.dap-news.com/en/news/565-pm-orders-to-review-agreements-and-mou-with-thailand.html
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
"ช้าง"อัดงบหนุนงานเปิดหาดป่าตองยิ่งใหญ่
เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันนี้ (1 ธ.ค.) ที่บริเวณชายหาดป่าตอง ต้นซอยบางลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง พ.ต.อ.ชลิต แก้วยะรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และ นายชาลี จิตจรุงพร รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยเบฟเวอเรจมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเปิดฤดูการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตและหาดป่าตอง "PHUKET CARNIVAL 2009" ณ เวทีชั่วคราวหาดป่าตอง พร้อมทั้งมีการนำการแสดงที่จะมีขึ้นในช่วงการจัดงานมาแสดงโชว์ให้แก่ผู้สื่อข่าวและประชาชนที่ร่วมฟังการแถลงข่าวได้รับชม
นายตรี อัครเดชา รอง ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 27 แล้ว โดยที่ผ่านมานั้นการจัดงานดังกล่าวได้มีขึ้นเพื่อเป็นการส่งสัญญานให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่าฤดูการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและหาดป่าตองได้เริ่มขึ้นแล้ว จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี และทราบว่าการจัดงานเปิดฤดูการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตนี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้นำไปบรรจุไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวของเมืองไทย ที่นำไปเผยแพร่ทั่วโลกแล้วเช่นกัน
นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้ต้องขอขอบคุณบริษัทไทยเบฟฯ ที่ได้เข้ามาให้การสนับสนุนในด้านงบประมาณ รวมถึงรูปแบบการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ และแปลกตาไปกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งตนเชื่อว่าด้วยความเป็นมืออาชีพแล้ว งานครั้งนี้น่าจะออกมาดูดีในสายตาชาวโลก ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจมีเทศกาล CARNIVAL ที่สวยงามอย่างกับที่บราซิลก็เป็นได้ โดยในการจัดงานครั้งนี้ทางเทศบาลได้รับผิดชอบในส่วนของการจัดขบวน CARNIVAL และการทำบุญตักบาตรตามประเพณี โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีการใช้งบประมาณในการจัดงานทั้งหมดประมาณ 40 ล้านบาทเลยทีเดียว
พ.ต.อ.ชลิต แก้วยะรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมในด้านการอำนวยความสะดวกและการรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาร่วมงานดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งได้จัดทำผังของสถานที่การจัดงานเพื่อสะดวกในการดูแล และช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาจจะมีบ้างก็เฉพาะในส่วนของสถานที่จอดรถที่อาจไม่เพียงพอ แต่ก็จะประสานกับเทศบาลเพื่อจัดหาสถานที่รองรับเพิ่มเติมต่อไป
ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวได้มีการแสดงมินคอนเสิร์ตจากนักร้องในค่ายแกรมมี่ 2 คนมาโชว์พลังเสียงให้ผู้เข้าร่วมงานได้ฟังกันอย่างจุใจคือ อะตอม และ น้องแก้ม เดอะสตาร์ ...
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
นายตรี อัครเดชา รอง ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 27 แล้ว โดยที่ผ่านมานั้นการจัดงานดังกล่าวได้มีขึ้นเพื่อเป็นการส่งสัญญานให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่าฤดูการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและหาดป่าตองได้เริ่มขึ้นแล้ว จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี และทราบว่าการจัดงานเปิดฤดูการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตนี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้นำไปบรรจุไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวของเมืองไทย ที่นำไปเผยแพร่ทั่วโลกแล้วเช่นกัน
นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้ต้องขอขอบคุณบริษัทไทยเบฟฯ ที่ได้เข้ามาให้การสนับสนุนในด้านงบประมาณ รวมถึงรูปแบบการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ และแปลกตาไปกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งตนเชื่อว่าด้วยความเป็นมืออาชีพแล้ว งานครั้งนี้น่าจะออกมาดูดีในสายตาชาวโลก ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจมีเทศกาล CARNIVAL ที่สวยงามอย่างกับที่บราซิลก็เป็นได้ โดยในการจัดงานครั้งนี้ทางเทศบาลได้รับผิดชอบในส่วนของการจัดขบวน CARNIVAL และการทำบุญตักบาตรตามประเพณี โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีการใช้งบประมาณในการจัดงานทั้งหมดประมาณ 40 ล้านบาทเลยทีเดียว
พ.ต.อ.ชลิต แก้วยะรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมในด้านการอำนวยความสะดวกและการรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาร่วมงานดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งได้จัดทำผังของสถานที่การจัดงานเพื่อสะดวกในการดูแล และช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาจจะมีบ้างก็เฉพาะในส่วนของสถานที่จอดรถที่อาจไม่เพียงพอ แต่ก็จะประสานกับเทศบาลเพื่อจัดหาสถานที่รองรับเพิ่มเติมต่อไป
ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวได้มีการแสดงมินคอนเสิร์ตจากนักร้องในค่ายแกรมมี่ 2 คนมาโชว์พลังเสียงให้ผู้เข้าร่วมงานได้ฟังกันอย่างจุใจคือ อะตอม และ น้องแก้ม เดอะสตาร์ ...
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
น้องแก้ม เดอะสตาร์
แบงค์ใบโพธิ์จัดสัมมนาแนวโน้มเศรษฐกิจ 53
เมื่อบ่ายนี้ (1 ธ.ค.) ที่ห้องภูเก็ต บอลรูม 1 โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อำเภอเมืองภูเก็ต นายเกียรติ วิมลโสภา ผู้จัดการภาค ธุรกิจภูมิภาค 3 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดการสัมมนาใบโพธิ์ บิซิเนซฟอรั่ม หัวข้อเรื่อง "แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทยปี 2553" โดยมี นักธุรกิจในพื้นทีจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงร่วมรับฟัง ในโอกาสเดียวกันนี้ มีการเสวนาเรื่อง แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยและผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมปี 2553 โดย นางสาวเมธินี จงสฤษดิ์หวัง ผู้จัดการวิเคราะห์ธุรกิจและอุตสาหกรรม และ นายวิธาน เจริญผล นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ เป็นวิทยากร นอกจากนี้ยังมีการบรรยายเรื่อง แนวโน้มการเงิน อัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน โดย นายณัฐวุฒิ สัจจพุทธวงศ์ นักเศรษฐศาสตร์การเงินอาวุโส กลุ่มบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมสัมมนาสอบถามอย่างต่อเนื่องด้วย
นายณัฐวุฒิ สัจจพุทธวงศ์ นักเศรษฐศาสตร์การเงินอาวุโส กลุ่มบริหารการเงินธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) กล่าวในตอนหนึ่งว่า ปัญหาเกี่ยวกับเศรษฐกิจฟองสบู่หรือดูไบเวิรลด์นั้น ประเทศไทยได้รับผลกระทบน้อย เพราะมีกองทุนการเงิน 2 แห่งและธนาคารอีก 2 แห่งที่ปล่อยกู้ให้ มียอดเงินไม่กี่ร้อยล้านบาทในขณะที่การก่อสร้างโครงการทั้งหมดในประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์นั้น สถาบันการเงินหลักๆที่สนับสนุน ส่วนใหญ่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป และคาดว่าน่าจะเกิดปัญหาหนี้เสียได้ในอนาคตเพราะประชากร มีไม่กี่แสนคนแต่โครงการต่างๆ สร้างขึ้นเพื่อรองรับชาวต่างประเทศที่มีอำนาจการซื้อสูง เพื่อไปใช้ชีวิตที่ประเทศดังกล่าว นอกจากนี้เห็นว่าปัญหาวิกฤตการณ์เศรษฐกิจการเงิน การคลังโลก มีความเสียหายในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือภูมิภาคอื่นๆ แต่ในปัจจุบันประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนกลับมีภูมิคุ้มกันสูง หรือรัฐบาลมีความมั่นคงหรือมีพลังและเสถียรภาพทางการเงินการคลังมากกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเงินหยวนอยู่ในระดับเดียวกับดอลลาร์สหรัฐอเมริกามาต่อเนื่อง 6- 8เดือนแล้วหรือสามารถทนต่อแรงกดดันจากประเทศมหาอำนาจนี้ได้และยังคงมีการขยายตัวของเศรษฐกิจประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ ต่อไปในช่วง 2-3 ปีนี้
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทยนั้น ค่าเงินบาทได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2552 และปัจจัยภายนอกที่สำคัญคือการอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ตลอดจนการเกินดุลการชำระเงินสะท้อนให้เห็นถึงปริมาณเงินทุนไหลเข้าประเทศอย่างมากในปีนี้ แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ สภาพเศรษฐกิจของไทยจะซบเซา แต่ว่ารัฐบาลพยายามอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไม่เสียหายมากนัก แต่ถือว่าไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาได้เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ในปี 2553 ดุลบัญชีเดินสะพัด มีแนวโน้มเกินดุลต่อเนื่อง และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกแบบค่อยเป็นค่อยไป จะไม่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก การฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและการลงทุนจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจะไม่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของการนำเข้ามากนักคาดการณ์ส่วนใหญ่ในตลาดยังมองว่า เงินบาทมีค่าแข็งต่อ
อย่างไรก็ตาม ค่าเงิน ยังคงผันผวนต่อเนื่อง ส่วนราคาน้ำมันจะเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่กระทบดุลบัญชีเดินสะพัด ส่วนเงินเฟ้อน่าจะดีดตัวไปที่ 3-4 เปอร์เซ็นต์ ภายในสิ้นปีนี้และไตรมาสแรกของปี 2553 ในขณะที่เงินเฟ้อจะทรงตัวในระดับต่ำ ตลอดทั้งปี สภาพคล่องในระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงมีปริมาณมหาศาล ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล มีความชันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อย่างเข้าสู่ประมาณไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 ยาแรงหรือเม็ดเงินของรัฐบาลที่ทุ่มเทมาในปีที่ผ่านมาเริ่มหมดไป เศรษฐกิจภายในประเทศจะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการลงทุนของภาคเอกชนเท่านั้น ...
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
นายณัฐวุฒิ สัจจพุทธวงศ์ นักเศรษฐศาสตร์การเงินอาวุโส กลุ่มบริหารการเงินธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) กล่าวในตอนหนึ่งว่า ปัญหาเกี่ยวกับเศรษฐกิจฟองสบู่หรือดูไบเวิรลด์นั้น ประเทศไทยได้รับผลกระทบน้อย เพราะมีกองทุนการเงิน 2 แห่งและธนาคารอีก 2 แห่งที่ปล่อยกู้ให้ มียอดเงินไม่กี่ร้อยล้านบาทในขณะที่การก่อสร้างโครงการทั้งหมดในประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์นั้น สถาบันการเงินหลักๆที่สนับสนุน ส่วนใหญ่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป และคาดว่าน่าจะเกิดปัญหาหนี้เสียได้ในอนาคตเพราะประชากร มีไม่กี่แสนคนแต่โครงการต่างๆ สร้างขึ้นเพื่อรองรับชาวต่างประเทศที่มีอำนาจการซื้อสูง เพื่อไปใช้ชีวิตที่ประเทศดังกล่าว นอกจากนี้เห็นว่าปัญหาวิกฤตการณ์เศรษฐกิจการเงิน การคลังโลก มีความเสียหายในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือภูมิภาคอื่นๆ แต่ในปัจจุบันประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนกลับมีภูมิคุ้มกันสูง หรือรัฐบาลมีความมั่นคงหรือมีพลังและเสถียรภาพทางการเงินการคลังมากกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเงินหยวนอยู่ในระดับเดียวกับดอลลาร์สหรัฐอเมริกามาต่อเนื่อง 6- 8เดือนแล้วหรือสามารถทนต่อแรงกดดันจากประเทศมหาอำนาจนี้ได้และยังคงมีการขยายตัวของเศรษฐกิจประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ ต่อไปในช่วง 2-3 ปีนี้
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทยนั้น ค่าเงินบาทได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2552 และปัจจัยภายนอกที่สำคัญคือการอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ตลอดจนการเกินดุลการชำระเงินสะท้อนให้เห็นถึงปริมาณเงินทุนไหลเข้าประเทศอย่างมากในปีนี้ แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ สภาพเศรษฐกิจของไทยจะซบเซา แต่ว่ารัฐบาลพยายามอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไม่เสียหายมากนัก แต่ถือว่าไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาได้เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ในปี 2553 ดุลบัญชีเดินสะพัด มีแนวโน้มเกินดุลต่อเนื่อง และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกแบบค่อยเป็นค่อยไป จะไม่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก การฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและการลงทุนจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจะไม่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของการนำเข้ามากนักคาดการณ์ส่วนใหญ่ในตลาดยังมองว่า เงินบาทมีค่าแข็งต่อ
อย่างไรก็ตาม ค่าเงิน ยังคงผันผวนต่อเนื่อง ส่วนราคาน้ำมันจะเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่กระทบดุลบัญชีเดินสะพัด ส่วนเงินเฟ้อน่าจะดีดตัวไปที่ 3-4 เปอร์เซ็นต์ ภายในสิ้นปีนี้และไตรมาสแรกของปี 2553 ในขณะที่เงินเฟ้อจะทรงตัวในระดับต่ำ ตลอดทั้งปี สภาพคล่องในระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงมีปริมาณมหาศาล ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล มีความชันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อย่างเข้าสู่ประมาณไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 ยาแรงหรือเม็ดเงินของรัฐบาลที่ทุ่มเทมาในปีที่ผ่านมาเริ่มหมดไป เศรษฐกิจภายในประเทศจะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการลงทุนของภาคเอกชนเท่านั้น ...
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
สมุทรสงครามจัดงาน "เทศกาลกินปลาทู"
จังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับหาการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เชิญร่วมงานเทศกาลกินปลาทู ครั้งที่ 12 ตอน "ปลาทูไม่เห็นแก่ตัว" ระหว่างวันที่ 10-20 ธันวาคม 2552 บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ภายในงานพบกับโขนและการแสดงนาฎศิลป์ การประกวดร้องเพลง การออกร้านของหน่วยงานต่างๆ พร้อมการแสดงอีกมากมาย ...
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 1 ธันวาคม 2552
รางวัลที่ 1 เลขที่ออก
776980
เลขท้าย 3 ตัว 4 ครั้ง เลขที่ออก
937 188 412 252
เลขท้าย 2 ตัว เลขที่ออก
59
776980
เลขท้าย 3 ตัว 4 ครั้ง เลขที่ออก
937 188 412 252
เลขท้าย 2 ตัว เลขที่ออก
59
Posted by : ทีมข่าวภูเก็ตอีนิวส์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






